o-head

 

 สองสามปีมานี้...สงครามที่ดุเดือดในโรงเรียนของสาวน้อย

น่าจะเป็นเรื่องซอยผม....สู้กันดุเดือดทั้ง 2 ฝ่าย

สู้กันมายาวนานยังกับสงครามครูเสด.....กฏเหล็กที่มีมานาน 

ครูออกกฏมาทุกรูปแบบ...แต่ก็ไม่เห็นมีใครจะเชื่อ

ก็ยังเห็นซอยกันมาระนาว.....เพราะมันเป็นทั้งกระแสและแฟชั่นมั้งคะ

บางครั้งก็ตลกดี....มีให้เห็นหลายหลากแบบ

ติดกิ๊บทั้งหัวแทบจะหาช่องว่างไม่ได้เพื่อให้ผมมันเรียบ

ถ้ามันไม่ไหวก็หาวิกมาใส่....ตอนหลังโรงเรียนไม่ยอม

บางครั้งเดินมาเข้าร้านทำผมให้ถักเปียให้เพราะมันสั้นถักเองไม่ไหว 

พอถึงเวลาตรวจผม..........โห..เยอะมากค่ะ

โรงเรียนเรียกไปตัด.....ครูตัดให้เลยค่ะ....ฟังโหดเนอะ

แต่ลับหลังครู.....พวกเธอไปแอบซอยในห้องน้ำเพิ่มกันเอง

แล้วมันก็ออกมาเป็นทรงแหลมๆเหมือนเดิม

ส่วนตัวแล้วว่าโรงเรียนก็เหมือนกรอบหนึ่งของสังคม

นอกจากเราไปเรียนแล้วเรายังต้องเรียนรู้การอยู่กับกรอบอีกด้วย

สมัยเรียนก็ไม่ได้เป็นคนมีกรอบมากมายนะคะ

แม้โรงเรียนจะบังคับตัดผมสั้นแต่ก็ไม่เคยตัดบ๊อบมาตรฐาน

เคยนั่งคิดเหมือนกันค่ะ..ไอ้ทรงนักเรียนนี่มันมีมาตรฐานจากอะไร

คนเราเค้าให้กฏอะไรมาแล้วก็ชอบทำตามๆกันไป...ไม่วิเคราะห์

ครูบอกว่ามันจะไม่ได้เป็นสาวเกินวัย...นั่งคิด...กับแค่ทรงผมเหรอ

ครูบอกว่าจะได้สนใจเรียนไม่ต้องมานั่งยุ่งกับหัวตัวเอง...เหอๆ

จริงๆก็ถามสาวน้อยเหมือนกันว่าหนูไม่อยากซอยผมหน่อยเหรอ

จิตตกนิดๆกลัวลูกไม่รักสวยรักงาม...มันเป็นโอตาคุไปแล้ว

แบบเป็นพวกแม่ด้านมืดค่ะ..อิอิ  แล้วก็สงสัยเรื่องความคิดของเด็ก

สาวน้อยบอกว่า หนูก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรเนี่ยแม่

ดังนั้นการซอยผมอาจเป็นการสะท้อนบุคคลิกของคนก็ได้มั้งคะ

บางคนมาโรงเรียนเพื่อเรียนไม่ใช่มาพารากอน..ดังนั้นไม่ต้องอวดทรงผม

บางคนไม่อยากซอยแต่ก็ต้องตัดตามเพื่อนเพื่อเข้ากลุ่ม

ดังนั้นสิ่งที่น่าจะสอนคือการรู้จักตัวเองและคิดทำในสิ่งที่ถูกต้อง

ไอ้ซอยแบบหลุดโลก.....กัดสีเนี่ยมันก็ดูไม่สมวัยไปหน่อย

การสั่งสอนให้มีระเบียบวินับมันควรจะสอนให้คิดด้วย

และควรจะหันมาดูเรื่องจริยธรรมมากกว่าวัตถุกันซะบ้างเนอะคะ

ไม่ใช่เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีจริยธรรมแค่ปากแต่ควรมีแก่นด้วย

......................................................................................

 

 

รับ TAG นี้มาจากคุณphu  เป็นtag ทีทำจากข้างในหัวใจจริงๆค่ะ

วันนี้เป็นวันที่ท่านเสด็จออกจากศิริราชด้วย.....ตั้งใจเขียนเป็นพิเศษ

ครั้งหนึ่งเมื่อตอนยังเด็กแม่พาไปวัดพระแก้ว....เพื่อรับเสด็จ

ทุกคนพยายามปูผ้าขาวผืนเล็กๆตามทางที่ท่านเสด็จผ่าน...ด้วยน้ำใจต่อกัน

ไม่มีการแย่งชิงที่...ไม่มีการปูผ้าของใครทับคนอื่น....ทุกคนรอคอยวินาทีเดียวกัน

ตราบจนท่านพระราชดำเนินผ่าน......ไม่กล้ามองค่ะ..

แต่หวังว่าจะได้เห็นรอยของท่านบนผ้า

ทุกวันนี้แม่เก็บผ้าผืนนั้นไว้อย่างดี.......

รวมทั้งความทรงจำของเด็กๆที่ปลื้มในใจตลอดมา

หลังจากนั้นก็ไม่เคยได้เห็นท่านใกล้ๆอีกเลย........จนกระทั่งวันรับปริญญา

เป็นปีสุดท้ายที่ท่านมาพระราชทานปริญญาบัตรที่ศิลปากร

วินาทีที่ยื่นมือออกไปรับแอบเหลือบมองท่าน...เห็นท่านกำลังทรงอมยิ้ม

เพราะนับจังหวะยื่นผิดไปนิดไงคะ...มันใกล้ไปหน่อย...แต่เป็นช่วงที่ตื่นเต้นที่สุด

ทุกวันนี้..ที่บ้านเข้าไปในวังสวนจิตรทุกวันเพราะมีหลานเรียนอยู่ที่จิตรลดา

แต่ก็ไม่ได้เข้าเฝ้าท่านใกล้ๆเท่าวันนั้นอีกเลย......

เป็นคนที่หยิบเสื้อเหลืองมาใส่ด้วยความตั้งใจทุกครั้งค่ะ

ทุกครั้งที่ยืนเคารพรูปในโรงหนังจะน้ำตาคลอ.....และน้ำตาไหลเองวันมหาสมาคม

เข้าใจว่าคนไทยทุกคนคงจะรู้สึกเหมือนๆกัน 

และตั้งใจทำในสิ่งที่ดีๆทุกอย่างให้ในหลวง

ในฐานะเป็นลูกทหาร บรรพบุรุษ เป็นทหารหมด.....

พี่ชาย..ลูกพี่ลูกน้องก็เป็นทหารอยู่นราธิวาส

ตั้งใจส่งกำลังใจไปให้ประเทศไทยสงบทุกวันค่ะ..ไม่ว่ามันต้องใช้เวลากี่สิบปีก็เถอะ

หวังว่าจะเห็นทุกคนในexteen เขียนTAG นี้ค่ะ.......สุดท้าย..ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

 

Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อคืออะไร?

เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ พวกเราในฐานะคนเขียนบล็อก/เว็บไดอารี่ ขอถวายพระพรให้พระองค์ทรงพระเจริญ มีพระพลานามัยที่แข็งแรง และพวกเราปรารถนาที่จะทำความดีคนละหนึ่งอย่างเพื่อพ่อหลวงของพวกเรา

Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อ คือการเขียนลงในบล็อกว่าตั้งใจจะทำความดีอะไรหนึ่งอย่างเพื่อพ่อ แล้วส่งต่อไปให้คนอื่นอีก ๕ คนเพื่อให้เขียนบล็อกแบบเดียวกัน

กติกา

  • ให้ copy เนื้อหาในหัวข้อ Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อคืออะไร? ที่อยู่ด้านบน และหัวข้อกติกานี้ นำไป paste ลงในบล็อกของคุณ
  • เขียนบอกว่าใครที่ tag มาหาคุณ โดยให้ทำลิงก์ไปยังบทความที่ tag มาหาคุณด้วย เพื่อที่คนที่เข้ามาอ่านบทความของคุณ จะได้ตามไปอ่านบทความของคนที่ tag หาคุณได้
  • เขียนความดีหนึ่งอย่างที่คุณตั้งใจจะทำเพื่อพ่อ ถ้านึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไร ให้เข้าไปดูในเว็บ www.dogood.or.th
  • ให้ tag ไปหาคนอื่นอีก ๕ คนเพื่อให้เขาทำเช่นเดียวกับคุณ โดยให้ทำลิงก์ไปยังบล็อกของทั้ง ๕ คนด้วย และถ้าเจ้าของบล็อกเข้ามาเขียนบทความแล้ว ก็ให้แก้ลิงก์ไปที่ตัวบทความเลย คนที่เข้ามาอ่านบทความของคุณแล้วจะตามอ่านของคนที่คุณ tag ไปหา จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาว่าบทความอยู่ที่ไหนในบล็อก
  • เข้าไปขอแบนเนอร์โครงการทำดีเพื่อพ่อจากเว็บ www.dogood.or.th/banner_exchange แล้วนำมาติดในบทความที่คุณเขียน
  • เข้าไปแจ้งที่ blog.macroart.net/dogood ว่าคุณได้เขียนบทความทำดีเพื่อพ่อแล้ว
  • ข้อนี้สำคัญที่สุด เมื่อเขียนว่าจะทำดีอะไรแล้ว ขอให้มีความตั้งใจมั่นและลงมือทำความดีที่เขียนไว้ให้สำเร็จ สังคมเราจะดีขึ้นเพียงแค่ทุกคนช่วยกันทำความดีกันคนละเล็กคนละน้อย