June Write 5 :: ร้านดังที่ไม่ยั่งยืน
posted on 05 Jun 2009 14:10 by jmaneekul in juneอยู่กรุงเทพนี่น่าจะมีความสุขนะคะ หาของอร่อยๆทานได้ เกือบ 24 ชม.
นึกๆแล้วก็น่าแปลก สัก 80 ปีที่แล้ว กรรมกรและกลุ่มแรงงานเป็นคนจีน
ต่อมาแค่สัก 50 ปี เจ้าของกิจการ กลายเป็นคนจีน ไปซะแล้ว
ไม่นานกลายเป็นยุคแรงงานชาวอีสาน ก็น่าจะถอยหลังไป30 กว่าปี
เดี๋ยวนี้ชาวอีสานกลายเป็นเจ้าของกิจการ ลาบส้มตำเกือบทุกหย่อมหญ้า
ตอนนี้ กลุ่มแรงงานเป็นคนต่างด้าวไม่รู้ว่าอีกสัก 30 ปีมันจะเป็นอย่างไร
ตอนเด็กๆคุณปู่ชอบทำอาหาร แล้วก็มักจะได้ไปตามร้านอร่อยๆ
ร้านอร่อยสมัยโน้น จะเป็นพวกเหลา และก็ประเภทสตูว์สเต็ก
น่าแปลกที่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นร้านอาหารจีน และก็กุ๊กไหหลำ
อาจจะเป็นได้ว่าคนไทยชอบทานข้าวที่บ้านมากกว่าทำขาย
สมัยนั้นก็เลยมีร้านข้าวแกงคนไทยน้อย ผิดกับเดี๋ยวนี้
คุณปู่มีสูตรลับซอสสตูว์ของตัวเองด้วยค่ะ แบบว่าจะมีร้านมาขอซื้อ
ทำขายด้วยนะ ขวดจะคล้ายๆซอสตรากระต่าย
เดี๋ยวนี้ที่บ้านไม่มีใครทำได้เลย เพราะมันยากมาก แล้วรสก็อร่อยสุดๆ
เพราะชอบทำซอส ก็เลยไปทานตามร้านกุ๊กช๊อปกันบ่อยๆ
ที่เรียกกุ๊กช๊อบเพราะ คนจีนจะได้ฝึกอาหารกับพวกเชฟฝรั่ง
พอเปิดร้านก็จะทำอาหาร เรียกสำเนียงจีน ก็ ซีตู ซีเต้ก
ร้านที่ดังๆ ก็มีมิ่งหลี ที่นี่สนิทกับคุณปู่มากเพราะปู่มาสโมสรราชนาวีบ่อยๆ
ข้างบนนี่วันอาทิตย์ร้านก็จะปิดค่ะ
พอมาเรียนศิลปากร กลับมาค่อยกล้ามากินเท่าไหร่
คือเหมือนมันมีออร่าความขลังแผ่กระจาย แล้วเจ๊ก็ไม่นิยมรับแขกเด็กๆ
แต่เวลามากินกับคุณปู่ทีไรจะชอบนั่งมองรูปของอ.ช่วง เพราะอีโรติคสุดๆ อิอิ
เดี๋ยวนี้ไม่ได้ไปแถวนั้นนานแล้ว ได้ข่าวว่าจวนปิดกิจการเพราะไม่มีใครรับช่วงต่อ
ถ้าไปก็จะได้กินสตูว์ลิ้นวัว หมีกรอบ อร่อยไม่เหมือนใคร
พวกสตูว์ลิ้น นี่จะมีฮอทๆ ได้ไปอีก 2 ร้าน คือฟูมุ่ยกี่ และก็สีลมภัตตาคาร
อืม.....มีร้านส.หญิงไทยกะคาร์ลตันด้วยสิ
มี่รีวิวในบล็อกของ Choco จิ้มไปดูเลยค่ะ
สองร้านนี่จะมีขนมปังหัวกะโหลกไว้จิ้มสตูว์ด้วย มีถั่วลันเตาต้มมาข้างๆ( เขี่ยทิ้ง)
คิดว่าคงจะเลิกไปหมดแล้ว ตอนหลังเลิกทานเนื่อเลยไม่ได้ติดตามข่าว
ตอนเช้าๆ นี่จะมีเมนูโปรด คือร้านอุ้ยหลี ที่เฟื่องนครค่ะ
เค้าจะขายเกาเหลาเนื่อเปื่อยทานกับข้าวสวยร้อนๆ ..หิวๆ
แต่ก็หายไปแล้วเหมือนกัน มันคงหมดยุต ซีตูซีเต็กจริงๆ
สุดท้ายได้ยินข่าวว่าฟูมุ่ยกี่ไปเปิดสาขา 2 ที่แถว อสมท
ชื่อร้านอากาเว่ ที่บ้านยังอุตส่าห์ตามไปกินเลยนะคะ แต่คนน้อยมาก
อารมณ์อาหารพวกนี้จะไม่เหมือนสเต๊กซิสเลอร์ ซักนิดเลยค่ะ
ส่วนใหญ่ในร้านจะมีเก้าอี้พนักแบบจีนๆ โต๊ะกลมๆหน้าโต๊ะเป็นหินอ่อน
ถ้าเป็นสมัยนี้คงต้องเขียนบอกลูกหลาน ว่าสมัยเราทานอาหารญี่ปุ่นกันลูก
เข้าคิวเรียกกันเป็นชั่วโมง เผื่อจะได้อิ่มเหมือนๆกัน
ร้านสมัยก่อนก็ล้มหายตายจากกันไปหมดแล้ว
ไม่รู้ร้านฟูจินี่จะได้อยู่คู่คนไทยไปอีกร้อยปีหรือเปล่า ;P

#1 By เอื้องอลิน จตุรดา shakri เทพหมี น้ำตาล on 2009-06-05 15:35