อยู่กรุงเทพนี่น่าจะมีความสุขนะคะ หาของอร่อยๆทานได้ เกือบ 24 ชม.

นึกๆแล้วก็น่าแปลก สัก 80 ปีที่แล้ว กรรมกรและกลุ่มแรงงานเป็นคนจีน

ต่อมาแค่สัก 50 ปี เจ้าของกิจการ กลายเป็นคนจีน ไปซะแล้ว

ไม่นานกลายเป็นยุคแรงงานชาวอีสาน ก็น่าจะถอยหลังไป30 กว่าปี

เดี๋ยวนี้ชาวอีสานกลายเป็นเจ้าของกิจการ ลาบส้มตำเกือบทุกหย่อมหญ้า

ตอนนี้ กลุ่มแรงงานเป็นคนต่างด้าวไม่รู้ว่าอีกสัก 30 ปีมันจะเป็นอย่างไร

ตอนเด็กๆคุณปู่ชอบทำอาหาร แล้วก็มักจะได้ไปตามร้านอร่อยๆ

ร้านอร่อยสมัยโน้น จะเป็นพวกเหลา และก็ประเภทสตูว์สเต็ก

น่าแปลกที่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นร้านอาหารจีน และก็กุ๊กไหหลำ

อาจจะเป็นได้ว่าคนไทยชอบทานข้าวที่บ้านมากกว่าทำขาย

สมัยนั้นก็เลยมีร้านข้าวแกงคนไทยน้อย ผิดกับเดี๋ยวนี้

คุณปู่มีสูตรลับซอสสตูว์ของตัวเองด้วยค่ะ  แบบว่าจะมีร้านมาขอซื้อ

ทำขายด้วยนะ ขวดจะคล้ายๆซอสตรากระต่าย

เดี๋ยวนี้ที่บ้านไม่มีใครทำได้เลย เพราะมันยากมาก แล้วรสก็อร่อยสุดๆ

เพราะชอบทำซอส ก็เลยไปทานตามร้านกุ๊กช๊อปกันบ่อยๆ

ที่เรียกกุ๊กช๊อบเพราะ คนจีนจะได้ฝึกอาหารกับพวกเชฟฝรั่ง

พอเปิดร้านก็จะทำอาหาร เรียกสำเนียงจีน ก็ ซีตู ซีเต้ก

ร้านที่ดังๆ ก็มีมิ่งหลี ที่นี่สนิทกับคุณปู่มากเพราะปู่มาสโมสรราชนาวีบ่อยๆ

           ข้างบนนี่วันอาทิตย์ร้านก็จะปิดค่ะ

พอมาเรียนศิลปากร กลับมาค่อยกล้ามากินเท่าไหร่

คือเหมือนมันมีออร่าความขลังแผ่กระจาย แล้วเจ๊ก็ไม่นิยมรับแขกเด็กๆ

แต่เวลามากินกับคุณปู่ทีไรจะชอบนั่งมองรูปของอ.ช่วง เพราะอีโรติคสุดๆ อิอิ

เดี๋ยวนี้ไม่ได้ไปแถวนั้นนานแล้ว ได้ข่าวว่าจวนปิดกิจการเพราะไม่มีใครรับช่วงต่อ

ถ้าไปก็จะได้กินสตูว์ลิ้นวัว  หมีกรอบ อร่อยไม่เหมือนใคร

พวกสตูว์ลิ้น นี่จะมีฮอทๆ ได้ไปอีก 2 ร้าน คือฟูมุ่ยกี่ และก็สีลมภัตตาคาร

อืม.....มีร้านส.หญิงไทยกะคาร์ลตันด้วยสิ

มี่รีวิวในบล็อกของ Choco จิ้มไปดูเลยค่ะ

สองร้านนี่จะมีขนมปังหัวกะโหลกไว้จิ้มสตูว์ด้วย มีถั่วลันเตาต้มมาข้างๆ( เขี่ยทิ้ง)

คิดว่าคงจะเลิกไปหมดแล้ว ตอนหลังเลิกทานเนื่อเลยไม่ได้ติดตามข่าว

ตอนเช้าๆ นี่จะมีเมนูโปรด คือร้านอุ้ยหลี ที่เฟื่องนครค่ะ

เค้าจะขายเกาเหลาเนื่อเปื่อยทานกับข้าวสวยร้อนๆ ..หิวๆ

แต่ก็หายไปแล้วเหมือนกัน มันคงหมดยุต ซีตูซีเต็กจริงๆ

สุดท้ายได้ยินข่าวว่าฟูมุ่ยกี่ไปเปิดสาขา 2 ที่แถว อสมท

ชื่อร้านอากาเว่ ที่บ้านยังอุตส่าห์ตามไปกินเลยนะคะ แต่คนน้อยมาก 

อารมณ์อาหารพวกนี้จะไม่เหมือนสเต๊กซิสเลอร์ ซักนิดเลยค่ะ

ส่วนใหญ่ในร้านจะมีเก้าอี้พนักแบบจีนๆ โต๊ะกลมๆหน้าโต๊ะเป็นหินอ่อน

ถ้าเป็นสมัยนี้คงต้องเขียนบอกลูกหลาน ว่าสมัยเราทานอาหารญี่ปุ่นกันลูก

เข้าคิวเรียกกันเป็นชั่วโมง เผื่อจะได้อิ่มเหมือนๆกัน 

ร้านสมัยก่อนก็ล้มหายตายจากกันไปหมดแล้ว

ไม่รู้ร้านฟูจินี่จะได้อยู่คู่คนไทยไปอีกร้อยปีหรือเปล่า ;P

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ร้านที่อยู่ต่อไปอีกนาน หนูว่าต้องเป็นพวกร้าน "กุ๊กชม" แน่ๆ เลย อยากกินนน
คุณยายแม่บ้านเป็นเจ้าของโต๊ะขาประจำขอบมิ่งหลีหรือเปล่านี่ -..-'

#2 By ArchmaniaC on 2009-06-05 15:37

คงเปลี่ยนไปตามยุคสมัยค่ะ
แต่.. ข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง
อยู่ได้นะ ยังชอบกินอยู่ confused smile

#3 By ไอ้แป้น : i-phan on 2009-06-05 15:38

ร้านเฟรนไชส์นอกนี่ ท่าทางจะอยู่นานสุดsad smile

#4 By on 2009-06-05 15:45

เรื่องกิน จะเก่าแก่ หรือใหม่กิ๊กยังไงก็กินได้ค่ะ
ลองกินดู ไม่ชอบก็เปลี่ยนร้านไปเรื่อยๆ

#5 By eeddy(อี๊ด) on 2009-06-05 15:46

ไปจอดรถบ่อยแต่ยังไม่เคยเข้าไปลิ้มรสเลยค่ะ คราวหน้า ต้องไปลองซะหน่อยแล้วbig smile

#6 By (^_^)/nana on 2009-06-05 15:46

อ่านละหิวเลยย

#7 By berserkrabbit on 2009-06-05 16:21

มิ่งหลีจะปิดแล้วเหรอครับ อาจารย์พาไปกินบ้างแต่ไม่ค่อยบ่อย แต่ผมว่านอกจากความเป็นตำนานแล้ว รสชาติเขาก็ธรรมดานะ (อย่าว่ากันนะ ทัศนคติส่วนบุคคล)

ส่วนตำนานของทับแก้วต้องนี่เลย "ลมโชย" เมื่อวานไปกินมาด้วย กุ้งเป็นกุ้ง ปูเป็นปู มีความสุขมากเลยครับ

#8 By Bluewhale on 2009-06-05 16:22

แต่ละร้าน ชื่อไม่ค่อยคุ้นเลย confused smile

#9 By TonHor on 2009-06-05 16:24

อากาเว่ รู้สึกจะเคยไปทานสองสามครั้ง
คุณยายขยันอัพ ต้นไม้สูงปี๊ดแล้ว
ช่วยรดน้ำให้ครับ

#10 By จั่นเจา on 2009-06-05 16:44

หลายสิ่ง หลายอย่าง เรากำลังจะ ... ลบมันออกไปจากชีวิตอันยุ่งเหยิง วุ่นวาย ... สุดท้ายแล้ว พอเราเหนื่อยล้าอยากจะพักบ้าง..​สถานที่ที่เราเรียกหา มันก็ไม่อยู่แล้ว
หิวเลยครับบ

#12 By b-padung Studio on 2009-06-05 17:00

ต้องตามไปกินแล้วสิเนี่ย

#13 By เจ้าชายน้อย on 2009-06-05 17:22

เคยกินอากาเว่เหมือนกันครับ รสชาติจะอีกสไตล์นึงเนอะ จริง ๆ เคยกินสเต็กแบบนี้ก่อนสเต็กแบบ grill สไตล์ฝรั่งซะอีก confused smile

#14 By nora on 2009-06-05 18:11

เปลี่ยนตามสมัยนิยมconfused smile

#15 By V@R on 2009-06-05 19:47

ไม่ค่อยได้ไปกินอาหารตามร้านสักเท่าไหร่

แต่เคยวาดฝันไว้ว่า เมื่อมีเงิน

สักวัน จะไปกินร้านที่เค้าว่าอร่อย ๆ ให้จงได้ big smile

#16 By ChimERaTeDdY on 2009-06-05 19:49

ร้านเก่าๆ มีออร่าจริงๆ ด้วยครับconfused smile

#17 By wesong on 2009-06-05 22:42

อ๋าย.. entry นั้นก้อไม่ได้รีวิวอะไรนักหนาหรอกค่า แค่เล่าๆ สู่กันฟังเฉยๆ (แอบเขิน แหะๆ)open-mounthed smile

ร้านเก่าแก่ทยอยปิดกันไป ต่อไปก็คงหารสชาติแบบนี้กินไม่ได้อีกแล้ว นึกแล้วก็ใจหายนิดๆ แฮะ

เพราะงั้น ตอนนี้มีอะไรอร่อยๆ ก็ต้องรีบกินไว้ก่อน!! หุหุ

#18 By Choco on 2009-06-05 22:49

เข้าทำนอง มีของดี แต่รักษาไว้ไม่ได้
ยุคสมัยช่างโหดร้ายนะครับ

#19 By โก๋สิจ๊ะ on 2009-06-06 07:37

เวลาผ่าน อะไรๆ ก็เปลี่ยน..

big smile

#20 By MomMom on 2009-06-06 14:17

เดี๋ยวนี้ร้านอาหารอร่อยๆ ฝีมือดีๆ เหมือนจะหาค่อนข้างยากนะครับ


#21 By loft on 2009-06-06 14:40

น่าเสียดายร้านอาหารเก่าแก่ และสูตรทำอาหารที่ล้มหายตายจากไปนะครับ เรื่องรสชาติผมว่าไม่แพ้อาหารสมัยใหม่หรอก แต่ที่แพ้คือแพ้กระแสโฆษณาและการแต่งร้านเริ่ดหรูอลังการ (หลังๆ เจอแต่ร้านแบบว่า สวยแต่รูปจูบไม่หอม... ตกลงจะให้กินแต่อาหารตาสินะ...)

ยุคต่อไปก็คงตกเป็นของร้านเฟรนไชส์ไม่ก็เครือบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย แต่ที่แน่ๆ ร้านส้มตำก็คงยังอยู่ยืนยงคู่คนไทยต่อไป open-mounthed smile

#22 By Little Lamb on 2009-06-06 23:53