สองสามปีมานี้...สงครามที่ดุเดือดในโรงเรียนของสาวน้อย

น่าจะเป็นเรื่องซอยผม....สู้กันดุเดือดทั้ง 2 ฝ่าย

สู้กันมายาวนานยังกับสงครามครูเสด.....กฏเหล็กที่มีมานาน 

ครูออกกฏมาทุกรูปแบบ...แต่ก็ไม่เห็นมีใครจะเชื่อ

ก็ยังเห็นซอยกันมาระนาว.....เพราะมันเป็นทั้งกระแสและแฟชั่นมั้งคะ

บางครั้งก็ตลกดี....มีให้เห็นหลายหลากแบบ

ติดกิ๊บทั้งหัวแทบจะหาช่องว่างไม่ได้เพื่อให้ผมมันเรียบ

ถ้ามันไม่ไหวก็หาวิกมาใส่....ตอนหลังโรงเรียนไม่ยอม

บางครั้งเดินมาเข้าร้านทำผมให้ถักเปียให้เพราะมันสั้นถักเองไม่ไหว 

พอถึงเวลาตรวจผม..........โห..เยอะมากค่ะ

โรงเรียนเรียกไปตัด.....ครูตัดให้เลยค่ะ....ฟังโหดเนอะ

แต่ลับหลังครู.....พวกเธอไปแอบซอยในห้องน้ำเพิ่มกันเอง

แล้วมันก็ออกมาเป็นทรงแหลมๆเหมือนเดิม

ส่วนตัวแล้วว่าโรงเรียนก็เหมือนกรอบหนึ่งของสังคม

นอกจากเราไปเรียนแล้วเรายังต้องเรียนรู้การอยู่กับกรอบอีกด้วย

สมัยเรียนก็ไม่ได้เป็นคนมีกรอบมากมายนะคะ

แม้โรงเรียนจะบังคับตัดผมสั้นแต่ก็ไม่เคยตัดบ๊อบมาตรฐาน

เคยนั่งคิดเหมือนกันค่ะ..ไอ้ทรงนักเรียนนี่มันมีมาตรฐานจากอะไร

คนเราเค้าให้กฏอะไรมาแล้วก็ชอบทำตามๆกันไป...ไม่วิเคราะห์

ครูบอกว่ามันจะไม่ได้เป็นสาวเกินวัย...นั่งคิด...กับแค่ทรงผมเหรอ

ครูบอกว่าจะได้สนใจเรียนไม่ต้องมานั่งยุ่งกับหัวตัวเอง...เหอๆ

จริงๆก็ถามสาวน้อยเหมือนกันว่าหนูไม่อยากซอยผมหน่อยเหรอ

จิตตกนิดๆกลัวลูกไม่รักสวยรักงาม...มันเป็นโอตาคุไปแล้ว

แบบเป็นพวกแม่ด้านมืดค่ะ..อิอิ  แล้วก็สงสัยเรื่องความคิดของเด็ก

สาวน้อยบอกว่า หนูก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรเนี่ยแม่

ดังนั้นการซอยผมอาจเป็นการสะท้อนบุคคลิกของคนก็ได้มั้งคะ

บางคนมาโรงเรียนเพื่อเรียนไม่ใช่มาพารากอน..ดังนั้นไม่ต้องอวดทรงผม

บางคนไม่อยากซอยแต่ก็ต้องตัดตามเพื่อนเพื่อเข้ากลุ่ม

ดังนั้นสิ่งที่น่าจะสอนคือการรู้จักตัวเองและคิดทำในสิ่งที่ถูกต้อง

ไอ้ซอยแบบหลุดโลก.....กัดสีเนี่ยมันก็ดูไม่สมวัยไปหน่อย

การสั่งสอนให้มีระเบียบวินับมันควรจะสอนให้คิดด้วย

และควรจะหันมาดูเรื่องจริยธรรมมากกว่าวัตถุกันซะบ้างเนอะคะ

ไม่ใช่เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีจริยธรรมแค่ปากแต่ควรมีแก่นด้วย

......................................................................................

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

555 ขำตรงที่กลัวลูกเป็นโอตาคุครับ แต่เป็นจริงคงขำไม่ออก

เรื่องผมทรงนักเรียนนี่ไม่รู้จบครับเห็นมานานแล้ว
สมัยผมตอนตรวจก็ธรรมดา แต่พอไม่ตรวจก็ทาเยลกันซะแหลมเปี๊ยว confused smile

#1 By Buffo on 2007-11-08 16:04

ตอนเรียนผมก็ตัดตามเขานะครับ ให้ไว้อะไรก็ทำอย่างนั้น
พอจบทำงานนี่ลองหมดเลย ทั้งย้อมผม ยืดผม เหอๆ สงสัยเก็บกดมานานsad smile

#2 By Yashima on 2007-11-08 16:09

ทรงผมสำหรับเด็กนักเรียนคิดว่าสำคัญนะคะ
เพราะวัยของเด็กมันจะสวยสดงดงามในตัวอยู่แล้ว การแต่งเติมทรงผมมากไปมันล่อตาล่อใจ เพศตรงข้ามซึ่งอยู่ในวัยเรียนและอยากเรียนรู้ และเสียเวลากับความสวยความงามจนไม่ค่อยสนใจการเรียนเท่าไร

สำหรับผมยาวถักเปียมันน่ารัก และสวยเรียบร้อยออกจากบ้านมาแล้ว ทำเช้าถึงค่ำสำหรับ ไม่มีปัญหา

แต่บางทรงเห็นเด็กหวีดูกระจกทั้งวันรักสวยรักงามไม่ได้สนใจที่ครูสอนเล้ย (พวกผืนกฏ)

แต่มีทรงหนึ่ง ตัดสั้นเหนือต้นคอติดกิ๊บ ไม่ต้องส่งกระจกไม่เสียเวลาในการดูแลทรงผมมากมายและมักเป็นเด็กที่สนใจการเรียน

วัยเรียนก็ควรเรียน อย่าพึ่งสนใจความสวยความงาม ถึงเวลาจะแสดงความสวยความงามออกมาเมื่อไรมันก็งามเมื่อนั้นมันไม่หายไปไหน

#3 By MayaKniGht on 2007-11-08 16:14

ตอนเรียนผมต้องเห็นติ่งหูตลอดเลยค่ะ
ถ้าไม่เห็นติ่งหู พ่อให้พี่ที่พาไป ไปตัดมาใหม่ไม่เห็นติ่งหูพ่อไม่ยอม แต่ตัวไปโรงเรียนต้องถูกระเบียบ เนี้ยบทุกกระเบียดค่ะ รองเท้านี่มันแว้บ เสื้อคมกริบเลยค่ะ
..
..
พ่อปุย้ป๋นตำรวจค่ะ แถมยังเป็นตำรวจตระเวนชายแดน เรื่องกฏระเบียบนี่ขึ้นชื่อเข้มคั๊กทีเดียว
..
..
แต่ก็เห็นเพื่อนที่ซอยมาเหมือนกันนะคะ แต่โดนค๊า ทุกรายbig smile
เลยติดมาจนโตค่ะ ไม่ชอบตัดผมผิดระเบียบ อะไรที่ผิดระเบียบเรื่องการแต่งการไม่เอา แต่หน้าต้องใสโช๊ะ
ตัวต้องหอม
..
..
แต่ตอนนี้สุดขั้วค่ะ 555 เซอร์ซกซะ 555 confused smile

#4 By pui@phangan on 2007-11-08 16:18

อื่ม.... นึกถึงสมัยก่อน... ทรงผมตัวเองมันก็ไม่ได้ฝืนกฎแฮะ ก็มันไม่ได้เดือดร้อนอะไรจริงๆ นิ

ไอ้สมัยที่เพื่อนๆ พยายามหนีบกระเป๋ากันให้แบนสุดฤทธิ์ ไอ้เราก็ทำไม่ได้ซะด้วย หนีบเท่าไหร่ก็ไม่ลง ยัดหนังสือนิยายเล่มโตๆ ไว้ตั้งหลายเล่ม ... ฮะๆ

มาถึงตอนนี้ ก็เลยไม่ค่อยได้จ้ำจี้จ้ำไชพวกเด็กๆ ให้แต่งตามระเบียบเท่าไหร่ ความเห็นมันคือ ไม่ใช่เรื่องใหญ่มากอะ แต่อย่าให้หลุดโลก หรือผิดกาละเทศะมากเกินไปก็พอแล้วค่ะ ^^

#5 By Choco on 2007-11-08 16:18

๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

ท่าทางหม่อมแม่จะเดือดร้อนที่ลูกเรียบร้อยเกินไปนะครับ

confused smile

#6 By fuxsuxlux on 2007-11-08 16:23

บางทีมันก็คงเป็นความสุขของครูน่ะค่ะ ที่ได้ควบคุมเด็ก

เมื่อก่อนผมเราก็ฟู (เดี๋ยวนี้ก็ฟู) เค้าให้ใช้แต่กิ๊บดำ มันก็ไม่อยู่น่ะค่ะ แม่เลยให้ที่คาดผมที่เป็นเส้นลวดบางๆ ขดๆ มาเสียบผม มันเป็นสีดำนะคะ

วันนั้นพอเข้าไป อาจารย์ที่หน้าประตูเห็นผมเราไม่ฟูค่ะ เรียกไปยึกที่คาดผม

ถามว่า เพื่ออะไรเหรอ
ในเมื่อที่คาดผมก็สำดำ มองแทบไม่เห็น และดูสุภาพ
ไม่ชักนำให้คนอื่นเกิดอยากจะลุกขึ้นมาทำผมแฟชันแน่นอน

คิดว่าคงเป็นความบ้าอำนาจของครูน่ะค่ะ

#7 By hikaru on 2007-11-08 16:23

ตอนเรียนหัวเกรียนเลยล่ะครับ
สั้นแทบจะติดหนังหัวเลยครับ

เลยกลายเป็นพวกเกรียน
ไม่รู้นะคะ สำหรับแอ๋วมองกลาง ๆ เรื่องทรงผม
น่าจะเป็นสิทธิส่วนบุคคลอ่ะ คือไม่ได้ขนาด
กัดสีชมพู หรือตีโป่งมาเรียนก็พอค่ะคุณชาย

แอ๋วว่านะคะ ผมสั้นซอย ๆ น่ารักออกbig smile

#9 By มายเดียร์ on 2007-11-08 16:42

ผมเคยให้อ.ตัดผมให้ครับ ผมยาวแล้วลืมตัดไปเจอวันตรวจประจำเดือนพอดี (นักเรียนชายต้องตัดทุกเดือน) ก้ดีครับ ห้าบาทเอง ถูกกว่าไปตัดร้านอีกbig smile
เพิ่งก้าวออกจากรั้วโรงเรียนเข้ามหาลัยค่ะ ตอนนี้อยู่ปีสอง

เท่าที่สังเกตเพื่อนคณะตอนนี้เนี่ย แรกๆก็สุดฤทธิ์ค่ะ เก็บกด มีทุกอย่างตั้งแต่กัดสีจนถักเดรดล็อก แต่เพราะภาวะส่งแบบถี่และงานหนักไม่ได้นอน ประกอบกับหลายคนเริ่มเบื่อค่ะ เปลี่ยนทรงไปหลายแบบแล้ว ทรงต่อไปจนปัญญาไม่รู้จะทำอะไร ก็กลับมาเรียบร้อยเหมือนเดิม

อย่างเพื่อนผู้ชายหลายคนก็กลับมาสกินเฮดบ้าง ทรงเกือบนักเรียนบ้างเพราะมันสบายกว่าค่ะ

สรุปกันในคณะว่า ถ้าอาจารย์ที่โรงเรียนไม่ซีเรียสเว่อร์ก็คงไม่มีใครทำมาซะเฟี้ยวจนต้องไปจับตัดกันบ่อยๆมั้งคะ

มันน่าจะเป็นความอยากรู้กับอยากลองดีมากกว่า

#11 By Lover Boy on 2007-11-08 17:34

ก็แบบนี้แหละครับ โรงเรียนก็ต้องมีกฏ เมื่อก่อนผมก็แอนตี้ แล้วก็ไม่ค่อยชอบทำตามกฏเท่าไหร่ แต่ผ่านมาได้ ก็เหมือนเราได้เติบโตไปอีกขั้นหนึ่ง

โรงเรียนได้สอนให้เราได้รู้จักการอยู่ร่วมในสังคม ซึ่งผิดกฏก็โดนตักเตือน แต่เตือนแบบอภัย

แต่เมื่ออกมาอยู่ในสังคมแล้ว มันคนละเรื่องกันเลย มันโหดร้ายกว่าเยอะ บางครั้งพลาดแล้วไม่มีโอกาสแก้ตัว ถ้าไม่รู้จักเรียนรู้ที่จะอยู่กับกฏ (ไม่ได้หมายความต้องทำตามกฏทุกข้อนะ) พอออกมาอยู่ในสังคมเปิดก็จะมีปัญหามาก ๆ ครับ (ไม่ใช่เด็กมีปัญหานะ) แต่ตัวเค้าเองจะรู้สึกว่า ทำไมโลกมันโหดร้ายอย่างนี้ แล้วมันจะอยู่อย่างลำบากไปหมด กว่าจะรู้ทันโลก อาจจะมึนไปหลายปีก็ได้ครับ

#12 By เจ้าชายน้อย on 2007-11-08 17:35

เมื่อก่อนตอนเป็นเด็ก (มัธยม) อิฉันก็ฝ่ากฎมันเกือบทุกข้อ
กัดสีผม ซอยทรงที่มันทุเรศๆ ใส่รองเท้าสีที่มันผิดระเบียบ

ตอนนี้..มาเป็นครู..
เข้าใจแล้ว..เหตุผลที่ตอนนั้นครูทำโทษเรื่องทรงผมของอิฉัน

สถานะนักเรียนกับความไม่เหมาะสม
เรื่องเพศตรงข้าม
การประหยัดมัธยัส
เอาใจใส่ในเรื่องที่ควร
ฯลฯ
สรุปสั้นๆ ว่า..
ที่เคร่งครัดระเบียบจ๋าก็เพราะ "เป็นห่วงนักเรียน"
big smile big smile

#13 By |:| ShaKo |:| on 2007-11-08 17:47

ตอนเรียนก็ห้ามซอยผมเหมือนกันค่ะ แต่ก็ซอย เลยโดนใส่วิกไปเป็นเทอม big smile

#14 By V@R on 2007-11-08 17:49

โอ้..มีลูกที่มีแนวคิดดี
และเป็นท่านแม่ที่เข้าใจหัวอกวัยรุ่นconfused smile open-mounthed smile big smile

#15 By wesong on 2007-11-08 18:11

เด็กหลายๆคนชอบแหกกฏ เพราะอยากสวย พูดเตือนยากเหมือนกัน


ปล. ในใจตอนเด็กๆก็อยากไว้ยาวๆ คือยาวๆไปเลย
โตขึ้นก็อยากย้อมไอ้แบบเป็นสีๆ แบบว่า ม่วงๆ แดงๆ ชัดๆ
แต่ก็ไม่ได้ทำ เพราะเกรงในกฏ
ทุกวันนี้ก็ต้องมาเกรงกับจรรยาบรรณ(ที่ตัวเองไม่ค่อยจะมี)

#16 By joyka on 2007-11-08 18:29

ตอนอยู่รร.ก็ไม่เข้าใจว่าครูจะให้ตัดทรงหมวกกันน็อคทำไม
ตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจค่ะ...ไม่เข้าใจจริงๆนะ
เป็นกฎระเบียบที่ไม่ค่อยมีเหตุผลเลยค่ะ ในความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ
แค่ให้ไว้ผมทรงที่ดูเรียบร้อยก็น่าจะพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องตัดให้สั้นขนาดนั้นเลย(มันดูตลกหงะ)

#17 By เพนจัง on 2007-11-08 19:17

มันเป็นสงครามที่เกิดขึ้นมานานหลายยุคแหละครับ หาจุดยุดติไม่ได้สักที หุหุหุ

open-mounthed smile

#18 By 魔法のオオカミ on 2007-11-08 19:24

ส่วนผม อยากทำแต่ทำไม่ได้ (เพราะสภาพเส้นผมไม่ให้)

แต่กฎระเบียบนี้ ยังคงอยู่คู่ รร.ไทย เหมือนเดิม ก็คงไม่เป็นไรเนอะครับ big smile

#19 By Pop L'Arc on 2007-11-08 19:41

ทรงผมก็เป็นสิ่งสะท้อนสังคมได้เหมือนกันเนอะ เราเองตอนเด็กๆ ไม่เคยเดือดร้อนเรื่องผมบ๊อบเห็นติ่งหู ไม่ได้รักสวยรักงามเพราะคิดว่ามาเรียน ตัดๆ ไปให้ถูกระเบียบจะได้ไม่เกิดปัญหา และก็ไม่เข้าใจเพื่อนๆ ที่ไปซอยหรือแอบไว้ยาวว่ามันจะอะไรนักหนา ทำไมต้องทำตัวให้มันยุ่งยากด้วย แต่พอออกจากรั้งโรงเรียนก็เริ่มแฟชั่นจ๋า ทำผมเผ้าตามใจตัวเองอย่างอิสระโดยไม่แคร์ใคร แต่นั่นก็เป็นเพราะตัวเองทำงานอิสระ เลยใช้ชีวิตได้เต็มที่ ต่างจากเพื่อนๆ ที่ทำงานออฟฟิศ หรือต้องติดกับกรอบของสังคมต่อ พอย้อนกลับไปดูเลยรู้สึกว่าชีวิตในรั้งโรงเรียนนี่แหละอิสระแล้ว แต่กลับต้องถูกขังอยู่ในกรอบงี่เง่าตั้งหลายอย่างโดยไม่มีเหตุผล อยากให้เด็กไทยเป็นตัวของตัวเองมากกว่านี้จัง ถ้าเดี๊ยนมีลูกก็อยากให้ลูกแสดงความเป็นตัวเองออกมา ด้วยทรงผมก็ยังดี จะได้เรียนรู้กันไปทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ว่าด้วยความพอดีของสังคม ไม่ตึงและไม่หย่อนเกิน

#20 By + + n e o r o s i f i x + + on 2007-11-08 20:01

กฏโรงเรียนมีไว้แหกครับ cry

#21 By Little Lamb on 2007-11-08 20:58

เห็นที่ทำงานก็เล่าให้ฟังว่า ลูกสาวมาถามว่า ทรงผมมันเกี่ยวอะไรกับการเรียน ลูกสาวเธอโดนครูตัดผมสั้นเต่อ แบบว่า ครูดึงผมให้ตึงลงมาแล้วตัด พอปล่อยผม มันก็เลยยิ่งสั้นลงไปอีก

จริงๆ เรื่องทรงผมมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับการเรียนเล้ย
แต่ที่น่าห่วงคือเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ เก็บแต้มสะสม ใครมีอะไรกับเพศตรงข้ามมาก ยิ่งเก่ง เฮ้อ!

#22 By จั่นเจา on 2007-11-08 21:04

ก็มีซอยบ้างนิดหน่อยนะขอรับ แต่ไม่ได้ผิดมากมายขนาดนั้น เวลาเรียนก็ติดกิ๊บพอเลิกเรียนก็เอาออก

แต่ก็ยังตั้งใจเรียนนะขอร๊าบsad smile

#23 By saya chan on 2007-11-08 22:31

เห็นด้วยกับความคิดเห็นคุณมายา#3ทุกตัวอักษรเลยครับ วัยเรียนวัยรุ่นอ่ะครับ อะไรที่มันทำแล้วเท่ห์ ทำแล้วสวยเก๋ อวดสายตาคนรอบข้างได้นี่ ถ้าไม่มีกรอบ เป็นได้ตะเลิดเปิดเปิงแน่ๆ รับรองได้

#24 By -Press F5- on 2007-11-08 23:18

ผมว่าคำว่า 'ไม่ว่าจะทรงไหน ก็ตั้งใจเรียนได้'เป็นคำพูดที่ดีนะครับ เสียแต่ว่า หลายๆครั้งมันถูกใช้อ้างเพราะอยากทำตัวผิดระเบียบเท่านั้นเอง

กรอบบางอย่างทำตามกันบ้างก็ดีครับ แต่ก็ไม่ใช่ยึดแต่กรอบจนออกนอกกรอบไม่ได้ก็ดีเช่นกัน big smile

#25 By imome on 2007-11-09 02:40

แหม่...วกเข้าเรื่องครูๆ ก็ขอแจมหน่อยค่ะ เคยสงสัยเหมือนกันว่าก็ไอ่แค่ทรงผม จะอะไรนักหนา ... แต่สำหรับเด็กๆ ที่ยังไม่สามารถแยกแยะรเองส่วนตัวกับเรื่องงานได้น่าจะสำคัญนะคะ ส่วนใหญ่ก็บังคับแค่ไม่เกินมัธยมเท่านั้น ซึ่งเรื่องสนใจเรียนเป็นสาเหตุนึงค่ะ นอกจากนั้นก็มีเรื่องของการอยากได้อยากมีของเด็กๆ ที่เห็นเพื่อนทำแล้วอยากทำบ้าง มีแล้วอยากมีบ้าง บางทีกำลังทรัพย์ก็ไม่พอ ก็ตัดปัญหาโดยการออกกฎมาให้เท่าเทียมกันซะ เหมือนกับที่โรงเรียนอนุบาลห้ามเด็กๆ นำของเลนไปที่โรงเรียนแหละค่ะ ... จนถึงระดับมหาวิทยาลัย เค้าถือว่าโตแล้ว ... เรื่องแบบนี้ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล
.
.
แต่ว่า... มหาลัยน่ะรึโต.....พออิสระหน่อยก็หลุดโลกเลยทีเดียว (แต่พยายามเชียร์เด็กให้ทำอย่างใจนะคะ ถ้ามันยังพอดูได้ ไม่ผิดกาลเทศะ) เพราะพอเรียนจบทำงาน น้อยคนที่จะมีโอกาสแต่งตัวได้อย่างใจ
.
.
แต่บางทีก็แอบอิจฉาเด็กสาวๆ ...อิอิ ... ตัวประถม นมมหาลัย (ประโยคนี้ได้ยินมากับหู...จากปากเพื่อนชีกอของข้าพเจ้าเอง).....อยากเป็นม่างงงงงsad smile

#26 By ArchmaniaC on 2007-11-09 08:08

sad smile sad smile sad smile อย่าตัดโผมมมมมมมconfused smile

#27 By nonworld on 2007-11-09 10:34

เด็กสมัยนี้เป้นสาวไวจริงๆค่ะ แต่มันก้ไม่เกี่ยวกะซอยผมนะ
แค่ทำให้ดูเรียบร้อยก็พอแล้วค่า

#28 By แมงปอ on 2007-11-09 11:12

เมื่อก่อนตอนเรียนนี่
เวลาตรวจผม จะชอบแกล้งป่วยบ้าง...
มาสายบ้าง 555

ไม่เคยโดดแง๊บ ซักที !!

ตอนนี้ม่ายมีละ
(พอไว้ยาวได้กลับอยากจะตัดให้สั้นๆ 555)
อ่านแล้วงงน่ะค่ะ มันไปเกี่ยวกับปฏิบัติการข้ามเขาEverestตรงไหน หาไม่เจอ

โรงเรียนเราไม่นิยมซอยผมแฮะ นิยมไว้ผมยาวๆ
ซึ่งอาจารย์ไม่ให้ไว้ ไว้ได้ตอนม.ปลายเท่านั้น
เรื่องผมต้องให้สั้น เห็นติ่งหูเนี่ย จำแม่นเลย

#30 By MamiLuv on 2007-11-09 12:20

ตอนเรียนตัดผมสั้นครับ

ขี้เกียจมีปัญหากะครู

แต่ก็ยังไม่วายโดนจนได้

เพราะตัดสั้นหน้าม้าเต่อตรงเด่ว question

แนวไป.. ครูไม่ปลื้ม หึหึ
อ่านชื่อเอนทรีตอนแรก
นึกว่าเรื่องปฏิบัติการของไอทีวีอ่าค่ะsad smile
กลับกลายมาเป็นสงครามทรงผมซะนี่

อ่านแล้วนึกถึงตอนสมัยเรียนเลย ขอให้ได้แหกกฏ เหอๆๆ
แต่พอโตมานี่รู้สึกความซ่านี่หายไปแยะ
มันคงไปไปตามวัยน่ะค่ะ open-mounthed smile big smile big smile

#32 By p@ndaprincess on 2007-11-09 15:50

เอ.. จะว่าไงดีนะ

เห็นด้วยกับคุณยายนะคะว่า

การสั่งสอนให้มีระเบียบวินับมันควรจะสอนให้คิดด้วย

สมัียเราเป็นนักเรียนมัธยมนี่เราโดนเรียกพบผู้ปกครอง
ด้วยค่ะ เรื่องทรงผมผิดระเบียบนี่ล่ะ แล้วคุณพ่อที่น่ารักของเราท่านก็มาฟังคำตักเตือนจาก
อาจารย์ปกครอง พ่อแม่เราก็เป็นอาจารย์เหมือนกันค่ะแต่เป็นอาจารย์มหาลัย ท่านก็ให้
เราตัดตามระเบียบ ตัดก็ตัด.. แต่สมัยนั้นโรงเีรียนแค่ออกกำว่าให้ไว้ผมสั้นโดย
ไม่บอกว่าทำไมต้องทำอย่างนั้น เราเลยต่อต้านเล็กๆล่ะมั้งว่า

ทำไมโรงเรียนให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่บนหัวมากกว่าที่อยู่ในหัวของนักเรียน sad smile

แต่ก็น่านล่ะนะ เมื่อบิดรผู้ให้กำเนิดขอมาเรากะต้องจัดให้อยู่ดีล่ะค่ะ

#33 By ongki on 2007-11-10 19:59