Once upon a time....

posted on 21 Jun 2007 14:01 by jmaneekul  in o-heart

วันก่อนนั่งฟังแม่คุยกะเพื่อนในโทรศัพท์เรื่องเงินใส่ในซองแต่งงาน

ว่าจะให้เท่าไหร่กันดี...งานอภิมหึมาระดับช้างขนาดนั้น

ให้น้อยก็น่าเกลียด....ให้มากเค้าก็รวยแล้ว...หาระดับพอดีๆ

ตอนเรียนจบใหม่ๆเคยใส่ไป 500 เดี๋ยวนี้ไม่กล้าหรอกค่ะ

อย่างต่ำก็ต้องพันแล้ว...ดีที่เพื่อนรุ่นนี้แล้วมันไม่แต่งกันบ่อยๆ

เจอไปเดือนเดียว 5งานนี่แกลบรับประทานได้เลย

ตอนงานแต่งตัวเอง..ไม่ค่อยสนใจหรอกค่ะ..แค่เพื่อนๆมาก็ดีใจแล้ว

แต่แม่สั่งไว้ให้จดรายชื่อพร้อมเงินที่ใส่มาเวลาแกะซองเอาไว้ให้เค้าเป็นฐานข้อมูล

เวลาคนที่เค้าแต่งจะได้ใส่ซองไปให้เค้าเหมือนบุญคุณต้องทดแทนไรอย่างงั้น

มาตรฐานมันมาจากไหน.........ใครกำหนดฟระเนี่ย......

โห...แต่งงานนี่ดูมันป็นธุรกิจจริงๆเลย......ไม่เคยชอบวิธีการแบบนี้หรอกค่ะ

แล้วก็ไม่ได้คิดว่าจะจัดงานใหญ่โตเป็นformat เหมือนทั่วไปเป๊ะๆ

แต่เพราะวงศาคณาญาติเยอะและพ่อแม่ไม่แนวพอ....เลยต้องตามใจ

แขกเราแค่กระจุกนึงแต่ของพ่อแม่ซัดไปเพียบจนไม่รู้ว่างานของพ่อแม่หรือเปล่า...55+

นึกให้มันเป็นเรื่องสนุกมันก็สนุกนะคะ...เกิดมาได้แต่งตัวครบเครื่อง

ไม่เคยจินตนาการว่าตัวเองจะใส่ชุดแบบนี้.....ทำผมแบบนี้

เป็นครั้งเดียวในชีวิตเลย....มีขัดตัวนวดหน้า....ให้ทำอะไรก็ทำ

ให้ดัดผมก็ดัด....เอามันเข้าว่า.......แต่นึกถึงตัวเองตอนนั้นก็ขำ

ช่วงแต่งงานยุ่งมากค่ะเพราะทำบ้านพร้อมๆกัน....ไหนจะบ้านไหนจะงาน

โรงแรมต้องจองล่วงหน้า 6 เดือนเพราะแต่งเดือนพฤศจิกา

ช่วงนั้นเป็นฤดูเข้าหอ......กว่าจะได้นี่พ่อต้องไปคุยกะเจ้าของโรงแรมเอง

พิมพ์การ์ด..หาของ.....ทำเองหมดเลยค่ะ.....แล้วยังต้องคุยกับผู้รับเหมาทุกวัน

วันสุดท้ายก่อนแต่งพึ่งทาสีบ้านหมาดๆยกเตียงเข้าวางตอน 3 ทุ่ม

แถมคุณผู้ชายยังทำกระจกบาดที่พุงลึกมาก.....นึกว่าต้องไปแต่งที่โรงพยาบาลซะแล้ว

ถึงวันจริงๆ...ต้องตื่นแต่ตีสี่ไปแต่งหน้าทำผม...เช้าที่สุดที่เคยตื่นเลย

ชอบอยู่แล้วค่ะ...อะไรที่ไม่เคยทำเกิดมาก็ลองทำไปซะ...(อย่าคิดไกลนะ..อิอิ)

ครูที่สอนเปียโนก็เอาวงมาเล่นให้.....วง 3 ชิ้นเก๋มาก

จนงานเลิก.....ไม่ไหวอ่ะค่ะ....เกิดมาไม่เคยใส่รองเท้าส้นสูงนานขนาดนั้น

เพราะปรกติลากแตะประจำ......ไม่ก็ผ้าใบ.....ไม่ก็ส้นเตี้ยๆ

สุดท้ายเจ้าสาวเดินเท้าเปล่า..พร้อมหิ้วรองเท้าไว้ในมือ...คือมันเมื่อยค่อดๆ

แถมยิ้มหวานเดินหน้าสวยแต่ท้องร้องเพราะหิวมากกกกก

อุตส่าห์เลือกรายการอาหารที่ชอบๆเอาไว้...ไม่ได้แตะสักแอะ

มันไม่ได้มีเวลากินอะไรเลย.....ถ่ายรูป....เดินไปๆมาๆ..แบบนางงาม

เคยคิดจะจัดงานแต่งแบบมันสุดเดชเหมือนกันค่ะ.....หรือไม่ก็ไม่ต้องมีเลย

แต่พ่อแม่ก็ยังเป็นพ่อแม่นะคะ......ทำอะไรให้เค้าสบายใจได้ก็ทำ

เดี๋ยวนี้งานแต่งงานดูเหมือนๆกันไปหมด...มีslide...มีตัดเค้ก...มีประวัติ

มีรูปอยู่หน้างาน....ถ่ายรูปมุมเดียวกันกับแขกทุกคน..เป็นpatternมาก

ยิ่งงานช้างที่แม่จะไปนี่รถติดมหาศาล.....กว่าจะหาที่จอดได้

ประมาณเหมือนงานโชว์แสนยานุภาพขนาดนั้น...ติดมากรวยมาก

แต่เราก็ยังอยู่ในสังคมพันธุ์ไทยๆ...จะหนียังไงก็คงไม่พ้นหล่ะมังคะ

.....................................................................................

.

..

...

ภูมิใจนำเสนอ......การ์ดแต่งงานออกแบบเองอ่ะค่า....อิอิ

.

หน้าและหลังไม่เท่ากันที่สำคัญคือปิดแผ่นหน้าแล้วอ่านข้อความแผ่นหลังไม่เห็นด้วย

.

....................................................................................

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

งื้อออออ การ์ดสวยจัง...

งานแต่งงานนี่คิดมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วเหมือนกันค่ะ ว่าหรูตามแพทเทิร์นนี่มันน่ารำควญมาก - -" แต่จะมีสักกี่คนที่แหวกแนว และคงมีม่น้อยที่ทำเพื่อนพ่อแม่ เหมือนคุณยายนี่ล่ะเนอะ จัดงานหรูคนมางานก็เกร็ง =3=' แต่จะทำไงได้....

#1 By hikaru on 2007-06-21 14:16

ผมก็มีการ์ดใบนี้อยู่บ้านใบนึงครับ

#2 By fuxsuxlux on 2007-06-21 14:23

ฟังดูแรกๆยังไง
ปิดแผ่นหน้าไม่เห็นแผ่นหลัง....555
เห็นภาพถึงอ่อ... น่ารักจริงๆ

#3 By koyubi on 2007-06-21 14:24

เคยช่วยงานแต่งงานน้องสาวเหนื่อยจริงๆด้วย

#4 By wesong on 2007-06-21 14:24

ถ้าเกิดมีใครอยากจัดงานแนวๆแล้วญาติผู้ใหญ่จะช็อคกันรึเปล่าเนียครับ - -;

อยากจัดแปลกๆเหมือนกัน ^ ^

#5 By garun on 2007-06-21 14:26

หนูเพิ่งไปงานแต่งงานครีเอทีฟ ไดเรกเตอร์ที่รู้จักกัน

ขนาดงานคนติสต์ๆ จัดที่โรงแรมห้าดาวใจกลางกรุง ยังทำให้หนูรู้สึกว่า อึดอัด คนเยอะ แพง หลายอย่างมาก

ฉะนั้น รักพี่ต้องหนีพ่อกันไปเลยดีกว่า 555 ประหยัด สินสอดไม่ต้องเก็บไว้ให้ลูกให้หลานดีก่า กั๊กๆ ๆ ๆ ๆ

#6 By Backpack Girl on 2007-06-21 14:34

อี๊ดอยู่กับแฟนเฉยๆค่ะไม่ได้จัดงานแต่งอะไร พ่อแม่ก็เต็มใจยกให้ขอแค่ดูแลกันให้ดีๆก็พอ อยู่มาเป็นปีที่8แล้วทุกวันนี้ก็ยังดูแลกันไม่เปลี่ยนแปลงค่ะ(ที่เปลี่ยนคืออี๊ดพะโล้ขึ้น)

#7 By eeddy(อี๊ด) on 2007-06-21 14:43

พยายามเล็งอยู่ตั้งนานค่ะ
ว่าเปิดแผ่นหน้าไม่เห็นแผ่นหลังเป็นยังไง
และแล้วก้ถึงบางอ้อ อ๋อ... เป็นแบบนี้นี่เอง
นอกเหนือจากงานแต่งที่แสนเหนื่อย
อนาคตที่รออยู่ก็ดูท่าจะเหนื่อยไม่แพ้ตอนจัดงานเชียวค่ะ

#8 By ป้าหมู on 2007-06-21 14:44

การ์ดน่ารักจัง...

เคยคิดเหมือนกันค่ะ ว่างานเเต่งงานเหนื่อยจัง น่าจะเป็นวันที่เจ้าสาวมีความสุข เเต่ทามม๊ายยยถึงต้องเหนื่อยกันขนาดนั้น

#9 By KusaYoshi on 2007-06-21 15:04

เห็นแบบนี้ทุกงานเลยอ่าครับ จนทำให้กลัวการแต่งงาน.. (ซะงั้น )

#10 By Pop L'Arc on 2007-06-21 15:43

แต่แม่สั่งไว้ให้จดรายชื่อพร้อมเงินที่ใส่มาเวลาแกะซองเอาไว้ให้เค้าเป็นฐานข้อมูล <<<<
ใช่เลยครับ.... แม่ผมก็ทำ ตอนงานแต่งพี่สาว แม่จำได้หมดว่าเคยใส่ซองให้ลูกเขาเท่าไหร่ หรือใครเคยใส่ซองตอนแม่แต่งเท่าไหร่ แม่บอกจดไว้หมด (บางคน 10 กว่าปีแล้ว)

โอ้แม่เจ้า... จดจำยิ่งกว่าบุญคุณความแค้นในหนังจีนซะอีก orz

เคยคิดเล่นๆ ว่างานแต่ง อยากจะทำอะไรหลุดๆ เหมือนกัน หรือเคยคิดกระทั่งจะจ้างสาวท้องแก่ไปเล่นบท "แกทำชั้นท้อง" ในงานเพื่อนสนิท...

แต่พอโตมาถึงได้เรียนรู้ว่า "ความรักมันเป็นเรื่องของสองคน แต่การแต่งงานเป็นเรื่องของทุกคน"

#11 By Little Lamb on 2007-06-21 15:44

ช่ายครับของผมเด่วนี้เวลาเพื่อนแต่ง500ไม่ให้กันแล้วต้องพันขึ้นอย่างเดียวเลย...เอิ่ก..เศร้า แต่งานแต่งเด่วนี้มันแพทเทิร์นแบบนี้ทุกงานจิงๆครับ555

#12 By nonworld on 2007-06-21 15:51

ฟังแล้วไม่อยากแต่งเลย ท่าจะยุ่งยากจังคุณยายค้าบ

#13 By Wisor on 2007-06-21 16:19

อยากแต่งงานคะ อยากทำในสิ่งที่ไม่เคยทำคะ
หุหุ .. เบื่อกับการไปงานแต่งสมัยนี้เหมือนกันค่ะ
ที่เบื่อเพราะมันเหมือนกันไปหมดซะทุกงาน ไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นเลย -_-"
(ไม่รู้จะไปตื่นเต้นกับเค้าทำไมเหมือนกันเนอะ :-P)

จะแต่งเอง .. ก็ไม่มีคนมาขอ T-T
น่าเศร้าที่ซู้ดดดดดดดด :-P

ปล. การ์ดน่ารักดีค่ะ ;-)

#15 By PeAcH_a_Ja on 2007-06-21 17:25

อยากแต่งงานอ่าาา
จะมีไหมเนี่ย งิงิ

#16 By #G~nap# on 2007-06-21 17:38

การ์ดสวยจัง

#17 By Yashima on 2007-06-21 18:09

การ์ดสวยจังขอรับ
พูดถึงงานแต่งงานนี่เป็นอะไรที่เป๊ะๆเกินไปอ่ะขอรับ ถ่ายรูป ตัดเค้ก พรีเซ็นท์เทชั่น บลาๆๆ ออกแนวสิ้นคิดยังไงไม่รู้สิ

#18 By saya chan on 2007-06-21 18:22

งานแต่งเดี๋ยวนี้ก็เหมือนกันไปหมดจริงๆนั่นแหละครับ
ไปงานใครก็คล้ายๆกัน

และที่แน่ๆ เสียเงินเห็นๆ

#19 By โก๋สิจ๊ะ on 2007-06-21 18:31

ท่าทางจะเหนื่อยมากนะคะนี่
การ์ดสวย ขาวสะอาดตา
ครึ่งหนึ่งในชีวิตจริงๆ

คิดถึงนะคะคุณยาย กลับมาจาเกาะแย๊ว

#20 By @ I'm a Box @ on 2007-06-21 18:42

การ์ดแต่งงานสวยมากเลยค่ะ


อิอิ งานแต่งงานของลูก แต่เพื่อนพ่อแม่มาเยอะกว่า

เรื่องบุญคุณต้องทดแทนเนี่ย จำได้ว่า สมัยโน้น(นานแหล่ว)
เพื่อนมานินทา แขกที่มางานแต่งงานพี่สาวเค้าให้ฟังค่ะ
ว่า เค้าใส่ซองให้ 20 บาท แต่สมัยโน้น 20 บาทก็ไม่น้อยอ่านะ แต่ก็น้อยแหละ เหอๆ
เพราะประมาณ 12 ปีที่แล้วเอง
พอ บ้านนั้นแต่งมั่ง แม่เค้าเลยบอกว่า "ให้กลับไปเท่าเดิม 20 บาทพอ"
ฟังตอนแรกก็ขำ ๆค่ะ ยังคิดเลยว่า ดีเนอะที่แม่เค้าไม่หาร2อ่ะ สมัยโน้นแบงค์10ยังใช้กันอยู่เลยด้วย
โชคดีที่ผมอยู่จีน ไม่งั้นคงโดนไปหลายตังค์

ช่วงนี้คิดว่าคงถึงวัยยุคพวกผม เพื่อนๆขยันแต่งกันจริงๆ
ถ้าหนูจะแต่งงาน คงไม่จัดงานแบบนี้แน่นอนเลยค่ะ

หนูไม่ชอบพิธีการน่ะ คุยกับแม่แล้ว เค้าก็เหมือนจะไม่พอใจ

แต่ยังไงก็ไม่จัดเด็ดขาด

#23 By *บลาสต์ on 2007-06-21 19:58

การ์ดงดงามมากกกก เมื่อไหร่เดี๊ยนจะได้แต่งบ้างหนอ รอคอยเจ้าบ่าวอยู่ 5555

เอาเงินใส่ซองนี่แหละค่ะ สิ่งที่ลำบากใจที่สุดเวลาไปงานแต่งงาน เพราะไม่รู้จะให้เท่าไหร่ดี

#24 By ++ r o s i f i x ++ on 2007-06-21 21:35

จะแต่งงานใหม่หรือครับ อิอิ

#25 By Firstchildren on 2007-06-21 22:58

อยากเห็นเจ้าของบลอก ตอนแต่งตัวไปงานอ่ะค่ะ

การ์ดดูเก๋ดีจัง

ฝันดีนะค่ะ


#26 By LokMreDome on 2007-06-22 00:11

อืม..

เรื่องนี้มันปัญหาระดับชาติเลยนะเนี่ย

เรื่องเงินใส่ซองงานแต่งเนี่ย

เวลาเพื่อนแต่งแต่ละที ต้องประชุมกันทั้งรุ่น

มึงใส่เท่าไหร่ว่ะ แกใส่กี่พัน ฉันใส่ 200

ไม่มีมาตรฐาน แต่คุยกันก่อนว่าเท่าไหร่ จะได้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

หวานมากเลยคุณยาย
มากรี๊ดพี่ฟัก พูด ครับเป็นด้วย


แต่งแล้วดีจายด้วยค่ะ
อย่างที่บ้านนู๋นี่ เจ้าสาว-เจ้าบ่าวต้องซัดก่อนเลย
ไม่งั้นไม่ได้กินแน่ๆ

#29 By :: ipup :: on 2007-06-22 11:14

การ์ดสวยจังครับ

เงินใส่ซองเดี๋ยวนี้สนิทหน่อยก็สองพัน ไม่สนิทก็พันนึง เท่าที่เคยประสบกับคนรู้จักทั้งหลายมักมีปัญหาเรื่องเงินใส่ซอง ไม่แต่เฉพาะคนใส่นะ คนรับก็มักมีปัญหา แบบว่าญาติๆ แย่งกันคุ้มครองกล่องใส่ซอง เคยไปงานนึงซื้อเช็คของขวัญใส่ซองหย่อนลงกล่อง ญาติเค้าหยิบซองออกมาแกะเลย น่าเกลียดชมัด ให้เราคล้อยหลังไปหน่อยก็ไม่ได้

บางคนเข้าห้องหอแล้วมัวแต่แกะซองกันจนสว่าง เลยไม่ได้ทำอะไรกัน หมดแรงไปโดยใช่เหตุ

แถวๆ ต่างจังหวัด เคยเจอแบบใส่ยี่สิบมากันทั้งตระกูล

ใส่ซองมาก็หลายแล้ว อยากเป็นฝ่ายรับซองมั่งจังง่า

#30 By จั่นเจา on 2007-06-22 11:56

การ์ดน่ารักจัง...
นู๋อยากแต่งงาน

#31 By yimyim17 on 2007-06-24 16:12